แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 13 สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์

สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์

ถนนฟ้างุม (ริมแม่น้ำโขง) เปิดทุกวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ

ถ้าใครเดินเที่ยวจนเหนื่อยหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ในเขตตัวเมืองเวียงจันทน์ก็มีสวนสาธารณะที่น่าสนใจอยู่หลายจุด และแทบทุกจุดยังมีอนุสาวรีย์สำคัญตั้งอยู่ด้วย แต่สวนสาธารณะขนาดใหญ่และน่าสนใจที่สุดในปัจจุบัน ก็คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากสวนสาธารณะเจ้าอนุวงศ์ที่อยู่ริมแม้น้ำโขง ตรงข้ามกับอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ที่สร้างขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองครอบรอบ 450 ปี การสถาปนาเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงของลาว

สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์
สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์

ที่สำคัญส่วนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ เจ้ามหาชีวิตชีวิตองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรล้านช้าง ที่สร้างจากทองแดงน้ำหนักรวม 8 ตัน วัดความสูงจากฐานถึงยอดได้ 17 เมตร ภายในสวนสาธารณะนอกจากจะมีแมกไม้อันร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ก็ยังมีอุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจง แผงขายอาหารจำพวกส้มตำไก่ยาง และแผงขายรูปภาพของที่ระลึกเกี่ยวกับเจ้าอนุวงศ์อีกด้วย

สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์
สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 12 ประตูชัย นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว

ประตูชัย นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว

ถนนล้านช้าง เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น. (สำหรับจุดชมวิวด้านบน ค่าเข้า 3,000 กีบ)

ประตูชัย (ปะตูไซ) แห่งเวียงจันทน์ เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญที่สร้างขึ้นจากปูนและหิน ซึ่งตอนแรกอเมริกาตั้งใจจะสร้างเป็นสนามบินในช่วงสงครามเวียดนาม ทว่าพายสงครามไปเสียก่อนจึงไม่ได้สร้าง จากนั้นในปี พ.ศ. 2500 คณะรัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรีก็มีความคิดจะสร้างอนุสรณ์สถาน เพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียเสละชีวิตระหว่างสงคราม จึงจัดการประกวดออกแบบประตูชัยขึ้น ก่อนที่รางวัลชนะเลิศจะตกเป็นของท้าวไซยะสิดเสนา ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมยุทธสรรพวุธ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2512 จึงเริ่มก่อสร้างด้วยงบประมาณทั้งสิ้นถึง 63 ล้านกีบ

ประตูชัย
ประตูชัย

หากใครไม่รู้ที่มาของประตูชัยแห่งนี้ ก็อาจจะคิดว่าสร้างโดยฝรั่งเศส แต่ถ้าพินิจดูให้ดีจะเห็นว่าเป็นลักษณะของงานสถาปัตยกรรมแบบลาว โดยเฉพาะฐานรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีประตูถึง 4 ด้าน ต่างจากประตูชัยแบบฝรั่งเศสที่มีประตูแค่ 2 ด้านเท่านั้น ส่วนด้านบนจะเปิดให้ขึ้นชมวิวเมืองเวียงจันทน์ในมุมสูง โดยต้องเสียค่าธรรมเนียม 3,000 กีบ แม้จะต้องปีนบันไดวนถึง 147 ทว่าระหว่างทางก็มีร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่เป็นระยะๆ ให้ชมเพลินๆ

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 11 ตลาดเช้า

ตลาดเช้า
ตลาดเช้า

ตลาดเช้า (ตะหลาดซ้าว)

ถนนล้านช้าง เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 16.00 น.

ตลาดเช้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งติดแอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกของลาว (คล้ายห้างสรรพสินค้า) ดูไปแล้วสินค้าจะคล้ายๆกับห้างมาบุญครองบ้านเรา สินค้าส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศ จีน ไทย เวียดนาม ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ

ส่วนแรก คือ ร้านขายสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, งานฝีมือ, เครื่องดนตรี, เครื่องใช้ไฟฟ้า, โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

ส่วนที่สอง จะเป็นตลาดขายของเก่า รวมถึงของที่ระลึกทั่วไปและสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อมาภายหลังยังได้ต่อเติมอาคารใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนและการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ตลาดเช้า
ตลาดเช้า

ตลาดเช้ามอลล์ (Taladsao Mall)

ถนนล้านช้าง เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.

ตลาดเช้ามอลล์เป็นอาคารสูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ข้างๆ ติดกันกับตลาดเช้า (เดิม) สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยขนาดใหญ่ของชาวเวียงจันทน์และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน สินค้าส่วนใหญ่ภายในตลาดเช้ามอลล์จะเป็นข้าวของเครื่องใช้ทั่วไป, เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

ตลาดเช้ามอลล์
ตลาดเช้ามอลล์

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 10 มัสยิดยาเมี๊ยะ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

มัสยิดยาเมี๊ยะ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาวลาว
Vientine Jamia Masjid, Vientiane, Lao

มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว
มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว

ถ้าหากนึกถึงประเทศลาว เราอาจจะไม่เคยนึกถึงพี่น้องมุสลิมเลยด้วยซ้ำ อาจจะเป็นเราไม่เคยรับรู้เรื่องราวของพี่น้องมุสลิมชาวลาวเลย ซึ่งการเดินทางของผมในครั้งนี้ ต้องการเดินทางไปสำรวจว่าประเทศลาวมีพี่น้องมุสลิมอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงก็พยายามหาข้อมูล (ข้อมูลบางส่วนก็หาตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้ว) ว่าพี่น้องมุสลิมในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นั้นเขาอยู่ที่ไหนกัน และแล้วผมก็ได้ไปเจอพี่น้องมุสลิมชาวลาว ซึ่งที่ไหนมีพี่น้องมุสลิม ที่นั้นก็ต้องมีมัสยิดควบคู่กันไป ผมจึงเดินทางไปยังมัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ หรือมัสยิดกลางประจำนครหลวงเวียงจันทน์ (Vientine Jamia Masjid) นั้นเอง นอกจากนี้พี่น้องมุสลิมที่นั้นก็ได้พาผมไปยังร้านอาหารฮาลาลอีกด้วย การเดินทางครั้งนี้อาจจะเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่ว่า “มุสลิมมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในโลกดุนยา” และ “มุสลิมนั้นเป็นพี่น้องของมุสลิม”

มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว
มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว
มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว
มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์ สปป.ลาว

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 9 อาหารฮาลาล ในนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว

อาหารฮาลาล ในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว 

Halal food in Vientine

ร้านอาหารฮาลาล ในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
ร้านอาหารฮาลาล ในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าไปนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว แล้วจะไม่มีอาหารฮาลาลให้รับประทานหรืออาจจะต้องรับประทานอาหารที่ไม่ฮาลาลเพื่อยังชีพ แต่การเดินทางของผมได้พิสูจน์และลบล้างความคิดดังกล่าว (ที่ก่อนหน้านั้น ผมก็คิดอยู่บ้างเช่นกัน) ผมได้ไปสำรวจและเจอร้านอาหารฮาลาล ในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เท่าที่ผมเจอดูมีอยู่ 4 ร้านด้วยกันคือ ร้าน Aashifa Restaurant และร้าน Indian Restaurant (ร้านอาหารอินเดีย ทั้งสองร้าน) อยู่แถวริมแม่น้ำโขง ร้าน Indian food (ร้านอาหารอินเดียเช่นกัน) ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของตลาดเช้า และอีกร้านหนึ่งเป็นร้านของคนไทย ชื่อ ร้านแอดเวียง (@ Vieng Restaurant) ตั้งอยู่แถวพระธาตุหลวง ส่วนรสชาติอาหารเท่าที่ได้ลองชิมมาก็ถือว่ารสชาติใช้ได้เลยทีเดียว

เมนูอาหารฮาลาล
เมนูอาหารฮาลาล

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 8 นครหลวงเวียงจันทน์

นครหลวงเวียงจันทน์
นครหลวงเวียงจันทน์

นครหลวงเวียงจันทน์

นครหลวงเวียงจันทน์ แยกออกมาจากแขวงเวียงจันทน์เมื่อ พ.ศ. 2532 มีชื่อเดิมว่า “กำแพงนครเวียงจันทน์” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศลาว มีสถานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเขตปกครองพิเศษ ประกอบด้วยเมือจันทบูลี ซึ่งเป็นเมืองเอกประจำแขวง, เมืองสีโคดตะบอง, เมืองไซเสดถา, เมืองสีสัดตะนาก, เมืองนาซายทอง, เมืองไซทานี, เมืองหาดซายฟอง, เมืองสังทอง และเมืองปากงึม นอกจากเวียงจันทน์จะมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ปัจจุบันยังถือได้ว่าเจริญที่สุดในประเทศลาวด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะอยู่ติดกับจังหวัดหนองคาย ที่เชื่อมกันด้วยสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 1) ทำให้การคมนาคม ขนส่ง และการค้าระหว่างประเทศทำได้โดยสะดวก

นครหลวงเวียงจันทน์
นครหลวงเวียงจันทน์

ตัวเมืองเวียงจันทน์ตั้งอยู่ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร โดยจุดที่เป็นจุดศูนย์รวมสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ บริเวณใกล้ๆ กับน้ำพุ ตลาดเช้า ประตูชัย และริมแม่น้ำโขง ซึ่งย่านเหล่านี้จะมีทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ให้บริการตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ดังนี้

  • ประตูชัย
  • หอวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • พิพิธภัณฑ์และอนุสาวรีย์ไกสอน พมวิหาน
  • พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองทัพประชาชน
  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
  • สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์
  • อนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม
  • อนุสาวรีย์วีรชน
  • อนุสาวรีย์การปฏิวัติ
  • อนุสาวรีย์ศรีสังวร
  • พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
  • ตลาดเช้า
  • ตลาดเช้ามอลล์
  • ตลาดซันเจียง
  • ตลาดหนองจัน
  • ถนนคนเดินริมโขง
  • หอพระแก้ว
  • พระธาตุหลวง
  • พระธาตุดำ
  • วัดธาตุฝุ่น
  • วัดสีสะเกด
  • วัดสีเมือง
  • วัดองตื้อ
  • วัดอินแปง
  • วัดมีไซ
  • วัดหายโสก
  • วันจันทะบูลี
  • วัดเซียงควน
  • มัสยิดยาเมี๊ยะ เวียงจันทน์
  • มัสยิดอัลอัซฮัร

กว่าจะเป็นนครหลวงเวียงจันทน์วันนี้

ถึงแม้ใน พ.ศ. 2078 พระเจ้าโพธิสารราช จะเริ่มใช้เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงแทนหลวงพระบางแล้ว แต่หากจะนับอย่างเป็นทางการก็คงเป็น พ.ศ. 2103 เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 ถอยหนีพม่ามาตั้งหลักที่เวียงจันทน์ และพัฒนาให้เจริญขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ. 2237 อันเป็นสมัยของพระเจ้าสุริยวงศา จึงเริ่มเสื่อมถอยลง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงแต่งตั้งให้เจ้านันทเสน ปกครองเวียงจันทน์ในฐานะเป็นเมืองขึ้น จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิด้หตุการณ์ “กบฏเจ้าอนุวงศ์” ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเวียงจันทน์และสยาม

นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ครั้งนั้นสถานที่สำคัญในเวียงจันทน์ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น ก่อนที่จะถูกลดขั้นเป็นเมืองจัตวาให้ขึ้นกับเมืองหนองคาย จากนั้นเวียงจันทน์ก็ได้พบเจอกับศึกสงครามอีกหลายครั้ง ทั้งสงครามสยามกับญวน และสงครามปราบจีนฮ่อ จนปี พ.ศ. 2436 ประเทศลาวถูกฝรั่งเศสเข้ายึดครองเป็นอาณานิคม ระหว่างนั้นพระกุประดิษฐ์บดี (ชาลี กุประดิษฐ์) และชาวเวียงจันทน์ที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้อำนาจฝรั่งเศส จึงพากันอพยพมาอยู่ที่เมืองท่าบ่อ (ปัจจุบันคือ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย) ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2489 ลาวจะได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส และถูกปลดแอกโดยพรรคปฏิวัติประชาชนลาว ในปี พ.ศ. 2517

นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ที่มา : หนังสือ คู่มือเที่ยวตามใจชอบ ลาว

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 7 สถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทร์

สถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทร์ สปป. ลาว หรือ สถานีขนส่งขัวดิน (Vientiane Bus Station)

สถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทร์
สถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทร์

สถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทร์ สปป. ลาว หรือ สถานีขนส่งขัวดิน (Vientiane Bus Station) ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดเช้า ถ้าหากเราเดินทางจากประเทศไทยด้วยรถประจำทางไปยังลาวโดยตรง ก็จะมีลงที่สถานีขนส่งแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันในลาวมีรถโดยสารสาธารณะระหว่างเมืองให้เลือกตั้งแต่รถสองแถว รถตู้ รถมินิบัส และรถบัส(ธรรมดา, แอร์, ด่วน และ VIP) แต่หากเป็นในเมืองใหญ่จะมีหลายประเภทมากกว่าในเมืองเล็ก นอกจากนี้บางเส้นทางยังอาจไม่มีรถทุกวัน ที่สำคัญอาจเปลี่ยนแปลงเวลา ยกเลิก หรือให้บริการเฉพาะบางรอบเท่านั้น ทางที่ดีควรตรวจสอบรอบและค่าโดยสารที่สถานีก่อนวันเดินทาง (โดยเฉพาะเมืองเล็กๆ) ข้อสังเกตก็คือ หากเป็นการเดินทางภายในแขวงหรือระยะสั้น ส่วนใหญ่รถจะวิ่งรอบเช้าและกลางวัน แต่หากเป็นการเดินทางข้ามแขวงระยะไกลตามเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว ก็มักจะมีรถวิ่งรอบกลางคืน หรือมีรถนอน (VIP) ให้บริการด้วย

 

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 6 จากหมอชิตสู่นครหลวงเวียงจันทน์

หลังจากอธิบายการเดินทางในรูปแบบต่างๆ มาพอสมควร ตอนที่ 6 นี้ขอเริ่มออกเดินทางแล้วนะครับ การไปลาวของผมในครั้งนี้ ผมได้เดินทางด้วยรถประจำทางระหว่างประเทศ ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ซึ่งจากออกเดินทางจาก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือที่เรียกว่า หมอชิตใหม่ หรือ หมอชิต 2 โดยก่อนหน้านั้นผมได้จองตั๋วกับเว็บไซต์ของ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com ซึ่งรถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ – นครหลวงเวียงจันทน์ นั้นเป็นรถที่วิ่งตรงไปยังนครหลวงเวียงจันทน์เลย ซึ่งจะมีแค่วันละ 1 เที่ยวเท่านั้น โดยจะออกจากหมอชิต เวลา 20.00 น. เป็นรถ ม.4ก VIP 2 ชั้น นั่งแถวละ 3 คน (รถปกติ 4 คน)

ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ไปลาว ผมไปถึงหมอชิตเวลาประมาณ 18.30 น. ก็เดินขึ้นไปบนชั้น 3 ของหมอชิต ซึ่งเป็นที่ขายตั๋วของรถสายอีสาน แล้วก็ไปรับบัตรโดยสารจากช่องบริการของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ (เพราะผมจองจากเว็บเขา) สำหรับคนที่ต้องการไปซื้อตั๋วที่หมอชิต ช่องบริการเขาก็อยู่ติดกับของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ชั้น 3 เหมือนกันครับ

ที่จำหน่ายตั๋ว เส้นทางระหว่างประเทศ
ที่จำหน่ายตั๋ว เส้นทางระหว่างประเทศ

หลังจากได้ตั๋วมาแล้วก็เดินขึ้นมาทานข้าวด้านล่าง แล้วก็รอจนประมาณ 19.50 น. ได้เดินออกไปทางชานชลาที่ 99 เพื่อขึ้นรถโดยสารระหว่างประเทศ หรือรถทัวร์ระหว่างประเทศ คันดังกล่าว แต่เดี๋ยวก่อนนะ ก่อนขึ้นรถกรุณาตรวจเช็คให้ดีก่อนว่าเอาบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต (Passport) ติดตัวมาด้วยเรียบร้อยแล้ว เพราะเดี๋ยวระหว่างทางที่นั่งรถจะมีเจ้าหน้าที่เขามาตรวจเอกสารด้วย

ตั๋วโดยสาร รถทัวร์ระหว่างประเทศ
ตั๋วโดยสาร รถทัวร์ระหว่างประเทศ

เมื่อตรวจสอบความพร้อมกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาขึ้นรถกันได้เลย อยู่ตรงชานชลาที่ 99 เมื่อขึ้นไปบรถ พนักงานบนรถก็แจกน้ำ แจกขนม หลังจากนั้นเขาก็แจกบัตรผ่านแดนของลาวให้เลย (แต่ยังไม่มีของไทยนะครับ ต้องไปเอาเองที่โน้น แต่ของลาวเขาบริการเขามาให้ได้เลย) หน้าตาใบที่ไว้กรอกข้อมูลตอนผ่านแดนหน้าตาประมาณนี้ครับ

บัตรแจ้ง เข้า - ออก ประเทศลาว
บัตรแจ้ง เข้า – ออก ประเทศลาว

รถเริ่มออกเดินทางประมาณ 20.00 น. เมื่อออกเดินทางมาเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะดับไฟ ผมก็นั่งอ่านข้อมูลประเทศลาวไปด้วย เพื่อเตรียมกับการเดินทาง (เพราะเพิ่งตัดสินใจไปก่อนหน้านั้นวันสองวันเอง ยังไม่ค่อยมีข้อมูลมูลอะไรมาก) รถก็เดินทางไปเรื่อยๆ ผมก็ Check in ใน Facebook เป็นระยะๆ เพื่อเป็นการบันทึกข้อมูล เรื่องราว ไดอารีชีวิต ว่า ณ เวลาเท่าไหร ทำอะไร ที่ไหนบ้าง ซึ่งจากข้อมูลการ Check in ใน Facebook ของผมมีดังนี้

  • เวลา 21.28 น. รถก็เดินทางผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • เวลา 23.19 น. รถก็เดินทางผ่านอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (โคราช)
  • เวลา 00.29 น. รถได้แวะหยุดทานอาหาร เขาห้องน้ำ ที่ สถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 (บขส.ใหม่)
  • สถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 (บขส.ใหม่)
    สถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 (บขส.ใหม่)
  • เวลา 02.34 น. รถเดินทางผ่านจังหวัดขอนแก่น
  • เวลา 05.36 น. รถเดินทางผ่านจังหวัดอุดรธานี
  • เวลา 06.30 น. รถก็ได้เดินทางถึงจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีด่านตำรวจมาตรวจความเรียบร้อย ขอดูบัตรประจำตัวประชาชน หรือพาสปอร์ต (Passport)
  • เวลา 06.43 น. รถก็เดินทางไปถึงด่านจังหวัดหนองคาย ด่านพรมแดนฝั่งไทย ซึ่งด่านนี้จะเป็นด่านขาออกประเทศของเรา เราจะต้องกรอกข้อมูลในบัตรผ่านแดนด้วย
  • สิ่งที่ต้องใช้ตอนผ่านด่านฝั่งไทย คือ บัตรแจ้งออกประเทศ (สามารถเอาได้ฟรีที่ด่าน) และ หนังสือเดินทาง (Passport) ไม่ต้องใช้วีซ่า (Visa) ครับ เพราะลาวเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียน มีเพียง หนังสือเดินทาง (Passport) อย่างเดียวก็ OK แล้วครับ สำหรับคนที่ไม่มี Passport ก็ยังมีทางออกนะครับ สามารถไปทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวก่อนได้ครับ แต่จะอยู่ได้แค่ 3 วัน 2 คืน
  • หนังสือเดินทาง (Passport)
    หนังสือเดินทาง (Passport)

     

    ขาออก ประเทศไทย
    ขาออก ประเทศไทย
  • เวลา 07.15 รถได้เดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์
  • สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย - นครหลวงเวียงจันทน์
    สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์
  • เวลา 07.37 น. รถก็ได้เดินทางมาถึงด่านขาเข้าฝั่งลาว ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลบัตรแจ้งเข้าประเทศลาวด้วย
  • ก่อนจะยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ต้องไปซื้อบัตรค่าธรรมเนียมผ่านด่านก่อน ราคา 11,000 กีบ หรือ 45 บาท
  • หลังจากนั้นกรอกข้อมูลบัตรแจ้งเข้าประเทศลาว
บัตรแจ้งเข้าเมือง (ลาว)
บัตรแจ้งเข้าเมือง (ลาว)
บัตรแจ้งออกเมือง (ลาว)
บัตรแจ้งออกเมือง (ลาว)
  • หลังจากที่เอกสารพร้อมแล้วก็เดินไปต่อแถวเตรียมแสตมป์พาสปอร์ตได้เลยครับ
  • เอกสาร หลักฐาน ที่ต้องใช้ด่านขาฝั่งลาว คือ หนังสือเดินทาง (Passport), บัตรแจ้งเข้าเมือง และบัตรค่าธรรมเนียมผ่านด่าน
ด่านขาเข้า ฝั่งลาว
ด่านขาเข้า ฝั่งลาว
ด่านขาเข้า ฝั่งลาว
ด่านขาเข้า ฝั่งลาว
  • เวลา 08.05 น. รถก็ได้เดินทางไปถึงสถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทน์ (สถานีขัวดิน) ของประเทศลาว ปลายทางของรถโดยสารระหว่างประเทศ
รถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ - นครหลวงเวียงจันทน์
รถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ – นครหลวงเวียงจันทน์

 

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 5 ไปลาวด้วยเครื่องบิน

ไปลาวด้วยเครื่องบิน

การเดินทางไปลาวด้วยเครื่องบิน ก็เป็นวิธีการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการเดินทางด้วยเครื่องบินทำให้ประหยัดเวลาเดิน (แต่ไม่ประหยัดเงิน) ใช้เวลาการเดินทางน้อยกว่าการเดินในรูปแบบอื่นๆ ใช้เวลาในการเดินทางแค่เพียง 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง ในขณะที่เดินทางด้วยรถใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง หรือการเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง แต่แน่นอนการที่จะได้มาซึ่งความเร็วกว่า เราก็ต้องยอมจ่ายค่าเดินทางที่มากกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งสายการบินที่บินตรงจาก กรุงเพทฯ – นครหลวงเวียงจันทน์ ที่นำมาแนะนำมี การบินไทย, นกแอร์ และลาวแอร์ไลน์ (ส่วนไทยแอร์เอเชีย ไม่มีเครื่องบินตรงไปยังเวียงจันทน์นะครับ มีเพียงสายการบินภายในประเทศไปยังจังหวัดชายแดนเท่านั้น) ซึ่งสายการบินต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

การบินไทย

การบินไทย
การบินไทย
 เที่ยวไป กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) – นครหลวงเวียงจันทน์ (เวียนเทียน)
11:45 กรุงเทพ (BKK)
12:55 เวียนเทียน (VTE)

Thai Airways Intl (TG570)
  • 1h10min
19:50 กรุงเทพ (BKK)
21:00 เวียนเทียน (VTE)

Thai Airways Intl (TG574)
  • 1h10min

 

 เที่ยวกลับ นครหลวงเวียงจันทน์ (เวียนเทียน) – กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)
13:50 เวียนเทียน (VTE)
14:55
 กรุงเทพ (BKK)
Thai Airways Intl (TG570)
  • 1h 5min
21:45 เวียนเทียน (VTE)
22:50
 กรุงเทพ (BKK)
Thai Airways Intl (TG574)
  • 1h 5min

หมายเหตุ : ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การบินไทย www.thaiairways.co.th

สายการบินนกแอร์

นกแอร์
นกแอร์
เที่ยวไป  :  กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)  ไป  เวียงจันทน์ สปป.ลาว
ออก ถึง เที่ยวบิน เครื่องบิน
06:00 10:40*
DD9200
B737-800 2,037.85 2,878.97
10:10 16:40*
DD9202
B737-800 1,944.39 2,878.97
12:20 16:40*
DD9210
B737-800 2,131.31 2,878.97
*** Fly’n’Ride service เที่ยวบินนี้ไม่ใช่เที่ยวบินตรง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก

 

เที่ยวกลับ  :  เวียงจันทน์ สปป.ลาว  ไป  กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)
ออก ถึง เที่ยวบิน เครื่องบิน
07:15 12:50*
DD9203
B737-800 1,944.39 2,878.97
13:30 19:35*
DD9217
B737-800 1,944.39 2,878.97
13:30 21:50*
DD9219
B737-800 1,850.93 2,878.97
*** Fly’n’Ride service เที่ยวบินนี้ไม่ใช่เที่ยวบินตรง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก
กรุณาอ่าน
– อัตราค่าโดยสารนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าท่านจะชำระเงิน
– อัตราค่าโดยสารที่แสดงเป็นราคาสำหรับ 1 ท่าน ต่อเที่ยวบินเท่านั้นดูรายละเอียดเพิ่มเติม สายการบินนกแอร์ www.nokair.com

 

แอดมินพาเที่ยว ลาว ตอนที่ 4 ไปลาวด้วยรถไฟ

ไปลาวด้วยรถไฟ

การนั่งรถไฟไปลงจังหวัดหนองคายก่อนเดินทางต่อไปยังเวียงจันทน์ หรือรถไฟไปลงจังหวัดอุบลราชธานีก่อนแล้วค่อยต่อรถไปยังเมืองปากเซ ก็ดูจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยข้อดีของบริการรถไฟก็คือ ช่วยให้เราเดินทางแบบไม่รู้สึกเพลียมากนัก เพราะสามารถนอนหลับได้สบาย สำหรับคนที่โดยสารรถตู้นอน แต่หากใครไม่ชอบนั่งรถนานๆ ก็อาจจะหงุดหงิดไปบ้าง เพราะต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร แถมยังเดินทางถึงช้ากว่ากำหนดอีกด้วย

 

เส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคาย

เวลาออก – ถึง

รายละเอียด

18.30 น. ถึง 05.00 น. (รถเร็ว) ชั้น 2 รถนั่งแอร์ 498 บาทชั้น 3 รถนั่งพัดลม 253 บาท
20.00 ถึง 08.25 น. (รถด่วน) ชั้น 1 รถนอนแอร์ เตียงบน 1,117 บาทชั้น 1 รถนอนแอร์ เตียงล่าง 1,317 บาทชั้น 1 เหมาห้อง 1,817 บาทชั้น 2 รถนอนแอร์ เตียงบน 688 บาทชั้น 2 รถนอนแอร์ เตียงล่าง 538 บาทชั้น 2 รถนั่งพัดลม 388 บาท

ชั้น 3 รถนั่งพัดลม 253 บาท

20.45 น. ถึง 09.45 น. (รถเร็ว) ชั้น 2 รถนั่งพัดลม 348 บาทชั้น 3 รถนั่งพัดลม 213 บาท
05.45 น. ถึง 14.20 น. (รถด่วนพิเศษ) ชั้น 2 รถนั่งแอร์ 551 บาท
06.40 น. ถึง 18.00 น. (รถเร็ว) ชั้น 2 รถนั่งพัดลม 331 บาทชั้น 3 รถนั่งพัดลม 205 บาท
15.20 น. ถึง 03.35 น. (รถเร็ว) ชั้น 2 รถนั่งพัดลม 331 บาทชั้น 3 รถนั่งพัดลม 205 บาท
18.55 น. ถึง 06.15 น. (รถด่วน) ชั้น 1 รถนอนแอร์ เตียงบน 1,080 บาทชั้น 1 รถนอนแอร์ เตียงล่าง 1,280 บาทชั้น 1 รถนอนแอร์ เหมาห้อง 1,780 บาทชั้น 2 รถนอนแอร์ เตียงบน 671 บาท

ชั้น 2 รถนอนแอร์ เตียงล่าง 741 บาท

ชั้น 2 รถนอนพัดลม เตียงบน 471 บาท

ชั้น 2 รถนอนพัดลม เตียงล่าง 521 บาท

ชั้น 3 รถนั่งพัดลม 245 บาท

22.25 น. ถึง 10.20 น. (รถเร็ว) ชั้น 2 รถนั่งพัดลม 331 บาทชั้น 3 รถนั่งพัดลม 205 บาท

หมายเหตุ : ค่าโดยสารและเวลาเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนใช้บริการควรสอบถามเพิ่มเติมที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0-2223-7020 เว็บไซต์ www.railway.co.th

รถไฟไปลาว
รถไฟไปลาว

การนั่งรถไฟไปลาว

ปัจจุบันเราสามารถนั่งรถไฟชั้น 3 พัดลม จากสถานีหนองคายไปยังสถานีรถไฟท่านาแล้งในเวียงจันทน์ได้ โดยขาไปจะมีรอบเวลา 09.30 น. และ 14.45 น. ส่วนขากลับมีรอบเวลา 11.15 น. และ 15.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีรถไฟหรองคาย หรือโทร. 0-4241-1592 เพียงแต่อาจจะเดินทางเข้าตัวเมืองเวียงจันทน์ได้ไม่สะดวกเท่ากับการเดินทางวิธีอื่น หรือหากมีผู้โดยสารไม่มากพอ เราก็อาจต้องเหมารถเข้าเมืองในราคาสูงด้วย (โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซันที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว)